[FF]รถบรรทุกสีแดง

posted on 18 Jan 2013 00:49 by naranjina in Flashfiction directory Fiction
เอนทรีนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ FlashFiction Project ที่เขียนร่วมกันกับ @kirasole ค่ะ
 
 
-------------------------------------------------------------------------------
 
KEYWORD : รถบรรทุกสีแดง
 
 
 
 
 
...เจฟไม่คิดว่าการขับรถข้ามรัฐไปเยี่ยมแม่ยายจะเป็นความคิดที่ดีนัก...
 
 
 
 
 
 
...โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเอเลน ภรรยาของเขาตัดสินใจไม่แวะพักที่โรงแรมข้างทางเพราะอยากไปถึงเร็วๆ...
 
 
 
 
 
 
 
...ยิ่งไปกว่านั้นตอนนี้พวกเขากำลังหลงทางในความมืดสนิทที่โอบล้อมเข้ามาประดุจลูกกรงที่มองไม่เห็น อากาศก็เย็นลงเรื่อยๆ น้ำมันก็กำลังจะหมด เขาต้องตัดสินใจปิดฮีทเตอร์แล้วสวมเสื้อหนาวหลายๆชั้นให้ตัวอุ่นแทน แล้วไหนยังจะ...
 
 
 
 
 
 
"ยังไม่ถึงบ้านคุณยายอีกเหรอคะพ่อ?" เสียงบอนนี่ลูกสาวคนเล็กวัยสี่ขวบดังงัวเงียมาจากเบาะด้านหลัง แกตื่นเพราะถูกอแมนด้า พี่สาวคนโตจับใส่เสื้อหนาวทับลงไปบนสเวตเตอร์ตัวหนาอีกชั้น
 
 
 
 
 
"อีกสักพักนะลูก ตอนนี้พยายามหลับไปก่อนนะจ๊ะ คนดีของพ่อ" เขาพยายามปลอบลูกสาวทั้งๆที่ในใจเริ่มวิตกมากขึ้นเรื่อยๆ ถนนเส้นนี้ยาวสุดลูกหูลูกตา ตัดผ่านทุ่งรกร้างว่างเปล่า ขับมาราวๆครึ่งชั่วโมงแล้ว เขายังไม่เห็นแสงไฟเลยสักดวงเดียว ไม่มีทั้งปั๊มน้ำมัน และที่พัก ถ้าเขายังหาปั๊มไม่ได้เร็วๆนี้ มีหวังคงได้นอนแข็งตายกันอยู่ในรถแน่...
 
 
 
 
 
 
ทันใดนั้นเอง เครื่องยนต์ก็กระตุก ส่งเสียงครางยาวเหยียด แล้วก็ดับเอาดื้อๆ
 
 
 
 
 
 
...และไม่ว่าเขาจะสบถสาบาน สวดอ้อนวอนพระเจ้า หรือพยายามบิดกุญแจสตาร์ทเครื่องอีกกี่สิบครั้ง เจ้าแก่คู่ชีพของเขาก็ไม่ฟื้นขึ้นมาอีกเลย...
 
 
 
 
 
"แล้วเราจะทำยังไงกันดีล่ะคะ?" เอเลนเอ่ยถามขึ้น หางเสียงของเธอสั่นน้อยๆ เธอคงรู้อยู่เหมือนกันว่าในอุณหภูมิที่ต่ำจนเฉียดศูนย์อย่างนี้ การค้างคืนในรถไม่ใช่ทางเลือกที่ดีเอาเสียเลย
 
 
 
 
 
เจฟอยากจะตะคอกใส่เธอที่ไม่ยอมพักที่โรงแรมที่สุดท้ายที่จากมาจนเรื่องบานปลายกลายเป็นแบบนี้ แต่มันไม่มีประโยชน์อะไร มีทางเดียวที่เขาพอจะทำได้คือออกไปดูรอบๆว่าพอจะมีบ้านเรือนอยู่แถวนี้บ้างหรือไม่ การทิ้งลูกเมียเอาไว้ในรถข้างทางยามกลางคืนเสี่ยงต่ออันตรายเอาการ แต่เขาไม่มีทางเลือกอื่น
 
 
 
 
 
ทว่า ราวกับพระเจ้าจะยังเมตตาเขาและครอบครัว เพราะพอเขาก้าวเท้าลงจากรถ รถบรรทุกเล็กๆคันหนึ่งก็วิ่งเอื่อยๆผ่านมาถึงพอดี เสียงรถดังโครมครามมาตามถนนบอกให้รู้ว่าสภาพของมันคงไม่ค่อยดีนัก อย่างไรก็ตามเจฟก็ยังโบกไม้โบกมือเรียกให้คนขับจอดอย่างบ้าคลั่งราวกับมันเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่จะช่วยไม่ให้เขาจมน้ำได้
 
 
 
 
พอรถเข้ามาใกล้ แสงไฟที่สาดจ้ามาลดลง เจฟก็เห็นว่ารถบรรทุกคันนี้เก่าจนแทบจะเรียกได้ว่าบุโรทั่ง มันเป็นรถแบบที่พวกชาวนาชาวไร่ใช้บรรทุกพวกผักหญ้า ผลิตผลจากไร่ไปส่งขายตามที่ต่างๆ ขนาดไม่ใหญ่นัก กระบะด้านหลังว่างเปล่า ตัวถังสีแดงสดถูกเคลือบไว้ด้วยฝุ่นจากถนนจนหนาเตอะ เขาเดินเข้าไปหา กระจกตรงที่นั่งข้างคนขับถูกลดลง
 
 
 
 
 
"สวัสดี พ่อหนุ่ม รถเสียรึ?" เสียงแหบพร่า แต่ฟังดูสดใส ร่าเริงดังมาจากชายชราผมขาวที่นั่งอยู่หลังพวงมาลัย นัยน์ตาสีฟ้าเข้มเป็นประกายระยิบระยับ บวกกับใบหน้ายิ้มแย้มอย่างคนใจดีภายใต้หนวดเคราสีขาวเหมือนซานตาคลอสนั้นทำให้เจฟใจชื้นขึ้นมาก
 
 
 
 
"ครับ คือถ้าผมกับครอบครัวจะรบกวน..."
 
 
 
 
 
"โอ๊ย มามา มาได้เลยพ่อหนุ่ม ข้างนอกมันหนาวมาก เดี๋ยวก้ได้แข็งตายกันหมด ขึ้นมาได้เลย" ชายชราไม่ปล่อยให้เขาพูดจนจบรีบเชิญชวนให้เขามาขึ้นรถด้วยเสียงอันดัง เจฟรู้สึกโล่งเหมือนยกภูเขาออกจากอก ไม่นานนัก กระเป๋าเดินทางทุกใบก็ถูกเหวี่ยงขึ้นไปอยู่ท้ายรถกระบะ ส่วนตัวเขา ภรรยาและลูกสาวอีกสองคนก็ขึ้นมานั่งเบียดเสียดกันอยู่ในรถ
 
 
 
 
 
"ผมมีไร่อยู่แถวๆนี้นี่แหละ เดี๋ยวจะพาพวกคุณไปที่ร้านของมอริส ชั้นบนน่าจะพอมีห้องให้พวกคุณพัก ผมไปส่งของที่นั่นเป็นประจำ อีกเดี๋ยวก็ถึงแล้ว" จากนั้นชายชราก็เล่าถึงเพื่อนของเขาซึ่งเปิดร้านเป็นบาร์เล็กๆ ชั้นบนมีห้องพักให้เช่าสำหรับนักเดินทาง ภรรยาของมอริสทำไก่ทอดและมันบดได้อร่อยมาก เรื่อยไปจนถึงเรื่องเรือกสวนไร่นาที่เขาทำอยู่ สลับกับร้องเพลง และผิวปากเป็นเพลงเก่าๆที่เป็นที่รู้จักกันดี พอชายชราเล่ามาถึงบรรดาลูกๆหลานๆ รถบรรทุกก็แล่นมาจอดที่หน้าร้านพอดี หลังจากยกกระเป๋าลงแล้ว เจฟก็ขอบคุณชายชราเสียยกใหญ่ อีกฝ่ายก็ได้แต่หัวเราะเอิ้กอ้าก
 
 
 
 
 
"คนเรามันก็ต้องช่วยๆกันไปสิคู้ณ อย่าไปคิดอะไรให้มากเลย"
 
 
 
 
 
จากนั้นชายชราก็ขับรถจากไป เจฟและครอบครัวเดินโซซัดโซเซเข้าไปในร้านอย่างอิดโรย ชายชราผิวดำที่อยู่หลังเคาน์เตอร์ต้อนรับเขาอย่างอบอุ่นพร้อมสั่งให้ภรรยารีบไปเปิดห้องให้เด็กๆที่ตาหรี่ปรือจะหลับมิหลับแหล่ได้เข้าไปพักผ่อน พอเจฟเอ่ยปากขอใช้โทรศัพท์เรียกบริการรถยกมากู้ชีพเจ้าแก่คู่ใจของเขา มอริสก็เอะอะขึ้นมา
 
 
 
 
 
 
"อย่าบอกนะครับว่าคุณกับครอบครัวคุณเดินจากตรงที่รถเสียมาถึงที่นี่ในอากาศแบบนี้"
 
 
 
 
 
 
"เปล่าหรอกครับ พอดีมีคนขับรถผ่านมา เขาเลยรับพวกผมมาส่งที่นี่น่ะครับ เป็นผู้ชายแก่ๆ เขาบอกว่าเป็นเพื่อนคุณ ชื่ออะไร ผมก็ลืมถาม ขับรถบรรทุกสีแดงๆคันเล็กๆน่ะครับ"
 
 
 
 

 
เจ้าของร้านขมวดคิ้ว จ้องเขาอยู่นานจนเจฟเริ่มรู้สึกอึดอัด
 
 
 
 
 

 
"ผู้ชายแก่ๆ ขับรถบรรทุกสีแดง แถวนี้ก็มีแต่ตาเอลเมอร์นี่แหละ"
 
 
 
 
 
 
 
"ก็...คงใช่มั้งครับ"  เจฟส่งยิ้มแห้งๆไปให้
 
 
 
 
 
 
คราวนี้เจ้าของร้านมองหน้าเขาเขม็งแล้วตอบว่า
 
 
 
 
 

 
 
"มันจะเป็นไปได้ยังไงล่ะครับคุณ เอลเมอร์เพื่อนผมน่ะ เขาเพิ่งเสียชีวิตไปเมื่อเดือนที่แล้วนี่เอง"
 
 
 
 
 
 
THE END
 
 
-----------------------------------------------------------------------
 
หมายเหตุ
 
  1. ทำไมหล่อนถึงเป็นคนที่คิดคีย์เวิร์ดได้ชวนกระอักโลหิตแบบนี้วะคะ ไม่เข้าใจ //กรีดร้องงงงงงงงงงง
  2. คิดอยู่นานมาก มีตั้งหลายเวอร์ชั่นจนมาจบลงที่แนวหลอนๆแบบเคย //ทรุดoTL""
  3. ฟิคนี้ใช้ไป 1092 คำ จ้ะ ไม่ได้เขียนนาน ฝีมือตกแฮะ

 

NEXT KEYWORD :จูบ

//คราวนี้แกตายแน่ 5555555555555555555555555555555555555555555555555555555


edit @ 24 Jan 2013 23:38:42 by naranjina

Comment

Comment:

Tweet