เนื้อหาในเอนทรีนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการFlashFiction Project ที่ร่วมกันเขียนกับ Kirasole ค่ะ
 
--------------------------------------
 
KEYWORD: ชุดน้ำชาดอกกุหลาบ
 
 
 
"รับน้ำชามั้ยคะ?"
 
 
ไอรีนหรี่ตาลงจ้องเด็กหญิงตัวน้อยที่นั่งอยู่ข้างหน้าเธออย่างพินิจพิเคราะห์ ผิวขาวซีดอย่างกับศพ นัยน์ตากลมโตสีดำสนิทโดดเด่นอยู่บนใบหน้าเรียวที่ติดจะซูบนิดๆล้อมกรอบด้วยเรือนผมสีดำยาวสลวยถึงกลางหลัง ปลายผมกลืนหายไปกับชุดเสื้อแขนยาว กระโปรงยาวสีดำ ท่าทางดูเงื่องหงอย มึนซึมเหมือนไม่ได้นอนมาทั้งคืน หญิงสาวประมวลภาพที่ได้เห็นเข้าด้วยกันแล้วสรุปอย่างกระหยิ่มยิ้มย่องในใจว่า
 
 
 
 
...ไร้พิษสง... คงกำราบให้อยู่มือได้ง่าย...
 
 
 
 
หล่อนพยักหน้าเพียงนิดเดียว นัยน์ตาสีเขียวมรกตคู่สวยยังคงจับจ้องอยู่ที่มือเล็กๆที่หยิบกาน้ำชาสีขาวทรงอ้วนป้อมเขียนลายดอกไม้สีน้ำเงินร้อยรัดกันเป็นแนวตรงใกล้ๆฐานกา
 

 
"คุณจะเลือกถ้วยไหนคะ?" เสียงเล็กๆนั้นถามมาอีก คิ้วเรียวสวยของไอรีนเลิกขึ้นเพียงเล็กน้อยก่อนจะตอบอย่างรำคาญ
 
 
 
 
"ถ้วยไหนก็ได้ มันก็เหมือนกันหมดนั่นแหละ" หล่อนตวัดตามองถ้วยน้ำชาที่เรียงรายอยู่เต็มโต๊ะ นึกแปลกใจอยู่เหมือนกันที่มีถ้วยน้ำชาเป็นสิบๆถ้วย นับว่าเยอะผิดปกติสำหรับชุดน้ำชาสำหรับคนสองคน
 

 
"ไม่เหมือนกันสักใบเลยต่างหากล่ะคะ" เด็กหญิงตอบพลางหัวเราะคิกคักราวกับขบขันเสียเต็มประดา ไอรีนนิ่วหน้ากับเสียงแหลมเล็กที่ฟังดูชอนไชโสตประสาทหล่อนอย่างน่าประหลาด นัยน์ตาเรียวรีกวาดมองถ้วยน้ำชากระเบื้องเนื้อดีทุกใบที่วางอยู่บนโต๊ะแล้วก็อดแปลกใจไม่ได้ที่มันเป็นอย่างที่เด็กหญิงพูดทุกประการ ดูเผินๆถ้วยน้ำชาพวกนี้มีเพียงสิ่งเดียวที่เหมือนกันคือลายดอกกุหลาบ แต่รูปทรง สีสัน และ ลวดลายกลับแตกต่างกันไป บางใบก็ประดับขอบทองที่ปากถ้วยและหูจับ บางใบก็มีปากที่บานออก บางใบก้อ้วนกลมป้อมจนเกือบคล้ายถ้วยกาแฟ บางใบดอกกุหลาบซ้อนคลี่กลีบสีชมพูแก่อวดโฉมอยู่ข้างถ้วย ในขณะที่อีกถ้วยมีเพียงลายสีเขียวอ่อนวาดเป็นเถากุหลาบไว้จางๆมีดอกกุหลาบสีโอลด์โรสดอกเล็กๆ แต้มอยู่เป็นระยะๆ
 
 
 
 
เด็กหญิงยังคงจ้องมาที่หล่อนด้วยดวงตากลมโตที่ดูน่าขนลุกคู่นั้น ร่างแบบบางโน้มตัวมาข้างหน้าราวกับตื่นเต้น ใจจดใจจ่อกับคำตอบของหล่อนเสียเหลือเกิน ปลายเล็บเคลือบสีแดงสดที่เจียนไว้อย่างสวยงามจึงชี้ส่งๆไปยังถ้วยชาใบหนึ่ง ริมฝีปากบางสีซีดของเด็กหญิงแย้มออกเป็นรอยยิ้มยินดียามกระดกกาน้ำชาในมือให้น้ำชาสีทองใสแจ๋วไหลรินจากพวยกาลงไปยังถ้วยกระเบื้องส่งกลิ่นหอมฟุ้งอวลไปทั่วทั้งห้อง พอน้ำชาเกือบถึงปากถ้วย เด็กหญิงก็หยุดริน นำกาน้ำชากลับไปวางลงบนถาดเงินด้านข้าง มือเล็กๆเอื้อมไปหยิบปากคีบสีเงินพร้อมกับอีกมือที่เปิดโถน้ำตาลใบเล็กสีครีมแต้มลายเถาดอกกุหลาบเล็กๆสีน้ำตาลเข้ม
 
 
 
ไอรีนขยับจะเอ่ยปากห้ามว่าหล่อนไม่ใส่น้ำตาลในชา หล่อนต้องระวังเรื่องของกินให้จงหนัก พลาดเพียงนิดเดียว เรือนร่างอรชรอ้อนแอ้นที่หล่อนเฝ้าเพียรรักษาดูแลมานานนับปีก็อาจจะกลายเป็นหมูพะโล้ แล้วถ้าเป็นอย่างนั้น หล่อนจะเอาอะไรไปมัดใจมิสเตอร์คลาร์กผู้ร่ำรวย บิดาของเด็กหญิงตรงหน้าได้อยู่หมัดเล่า
 
 
 
ทว่าสิ่งที่เด็กหญิงคีบออกมาจากโถน้ำตาลกลับไม่ใช่เจ้าก้อนสีเหลี่ยมสีขาวที่น่าชิงชังนั่น แต่เป็นอะไรบางอย่างที่ดูเหมือนดอกไม้แห้งดอกเล็กๆ และก่อนที่หญิงสาวจะห้ามทัน เด็กหญิงก็ใส่มันลงไปในถ้วยชาของหล่อน แล้วเลื่อนมาให้ตรงหน้าเสร็จสรรพ
 
 
 
"ชาดอกไม้เพิ่มความหอมแล้วก็ดีต่อสุขภาพด้วยค่ะ" เด็กหญิงอธิบายเสียงแจ๋ว ไอรีนยกถ้วยชาขึ้นมาสูดกลิ่นหอมที่กรุ่นขึ้นมา ต้องยอมรับว่าดอกไม้ที่ใส่ลงไปนั้นยิ่งทำให้ชาหอมหวานราวกับอยู่ในทุ่งดอกไม้นั่นเทียว หล่อนจิบชาอย่างเชื่องช้า สูดเอากลิ่นหอมเข้าไปเต็มปอด รสหวานแหลมแผ่ซ่านจากปลายลิ้นไปทั่วปาก อุ่นวาบลงไปถึงท้องจนรู้สึกผ่อนคลายอย่างน่าประหลาด หญิงสาววางชาลงบนจานรอง แม้จะดื่มด่ำกับรสชาติเลอเลิศของชาปานใด หล่อนก็ไม่ลืมจุดประสงค์ในการมาร่วมดื่มน้ำชากับเด็กหญิงในบ่ายนี้ ไอรีนตัดสินใจเริ่มเรื่องอย่างตรงไปตรงมาที่สุด
 

 
"ฉันเข้าใจว่าคุณพ่อของเธอคงบอกเรื่องของฉันแล้ว" น้ำเสียงของเธอดูหยิ่งยะโส ซึ่งมันก็ควรจะเป็นเช่นนั้น เพราะอีกไม่นานหล่อนก็จะมาเป็นคุณผู้หญิงของคฤหาสน์หลังงามหลังนี้ และแม่เลี้ยงของเด็กหญิงตรงหน้านี่ ไอรีนไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องแสร้งทำตัวอ่อนหวาน เป็นแม่เลี้ยงที่ดีในเมื่อความตั้งใจแรกของเธอหลังแต่งงานก็คือส่งเสี้ยนหนามที่รกหูรกตานี่ไปเข้าโรงเรียนประจำโดยเร็วที่สุด ยิ่งเป็นคอนแวนต์ด้วยยิ่งดี เผื่อลูกติดของว่าที่สามีมหาเศรษฐีของเธอจะบวชรับใช้พระเจ้าต่อโดยไม่ต้องมาทวงส่วนแบ่งมรดกให้ยุ่งยากอีก ดังนั้นสิ่งที่หล่อนทำคือพยายามวางท่าว่าหล่อนมีอำนาจเหนืออีกฝ่ายทุกประการ ข่มให้กลัวเสียก่อน จะได้ไม่แข็งข้อขึ้นมาให้ลำบากในภายหลัง
 
 
 
"ค่ะ" เด็กหญิงตอบเพียงแค่นั้น แล้วก็ไม่พูดอะไรอีกนอกจากยกชาขึ้นจิบ แล้วหันไปหยิบขนมชิ้นเล็กที่ตกแต่งหน้าตาไว้อย่างสวยงามจากจานรองอีกใบขึ้นมาเล็มตรงปลายอย่างมีความสุข ไม่มีทีท่าว่าจะให้ความสนใจในเรื่องที่ไอรีนพุดไปแม้แต่น้อย จนในที่สุดหญิงสาวในชุดรัดรูปสีแดงสดกลับเป็นฝ่ายทนไม่ไหว ต้องเอ่ยทำลายความเงียบขึ้นเสียเอง
 
 
 
 
"แล้วเธอคิดว่ายังไง? หมายถึงฉันอยากรู้ว่าเราจะมีปัญหาอะไรกันมั้ย?"
 
 

 
เด็กหญิงวางขนมในมือลงในจานรองถ้วยน้ำชาของเธอ เงยหน้าขึ้นสบตาไอรีนเป็นครั้งแรก พร้อมกับส่งรอยยิ้มพิสุทธ์ใสมาให้ นัยน์ตาสีดำสนิทราวลูกแก้วจ้องมองมายังตัวหล่อนเป็นประกายวาววามที่หล่อนอ่านความรู้สึกไม่ออก ไอรีนเสไปหยิบถ้วยน้ำชาขึ้นมาจิบลงไปอึกใหญ่ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาสู้อย่างไม่ยอมแพ้
 
 
 
 
"หนูยินดีค่ะที่คุณจะมาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวหนู" เสียงใสเอ่ยอย่างซื่อๆ หญิงสาวลอบระบายลมหายใจโดยไม่รู้ตัวด้วยความยินดีที่แผนการของหล่อนดูจะไปได้สวยอย่างที่คิดไว้ แต่ความยินดีพลันแปรเปลี่ยนเป็นความงุนงงเมื่อเด็กหญิงผายมือไปยังกาน้ำชาทรงอ้วนป้อม
 
 

 
"เหมือนแม่..."
 


 
"เหมือนพี่อิสซาเบลล่า" เด็กหญิงชี้ไปที่โถน้ำตาลสีครีมประดับลายกุหลาบสีน้ำตาลเข้ม
 

 
"เหมือนพี่พริสซิลล่า" เด็กหญิงชี้ไปที่โถใส่ครีมสีขาวมีลวดลายกุหลาบสีเหลืองเล็กๆแต้มประปรายไปทั่ว
 

 
...โอเค... เด็กคนนี้ท่าทางจะสติไม่เต็มเต็ง ถึงได้เอาชื่อแม่กับพี่สาวที่ตายไปมาตั้งเป็นชื่อชุดน้ำชา...
 

 
...แต่ก็ดี... จะได้จับส่งโรงพยาบาลบ้าเสียให้รู้แล้วรู้รอด มั่นใจได้เต็มร้อยว่ายังไงแม่หนูนี่ก็ไม่กลับออกมาเป็นมารขวางทางเธอแน่ๆ...
 
 

 
"แล้วก็นี่ แพททริเซีย วาเลรี มิวเรียล โอฟิเลีย แอนนาเบล แคโรไลน์..." เด็กหญิงชี้ไปยังถ้วยชาลายกุหลาบแต่ละใบพลางจาระไนชื่อที่ตั้งให้อย่างคล่องปากท่ามกลางความอ้ำอึ้งตะลึงงันของอีกฝ่าย สุดท้ายก็มาหยุดอยู่ที่ถ้วยชาขอบทอง วาดลายช่อกุหลาบสีฟ้าสดในมือของหญิงสาว
 
 
 
 
"ส่วนนั่นคือ แองเจลิก้าค่ะ"
 
 
 
...แองเจลิก้าหรือ? ชื่อคุ้นๆเหมือนเคยได้ยินจากที่ไหนนะ?...
 

 
ไอรีนพยายามนึก แต่หัวสมองหล่อนก็แล่นช้าเต็มทีเหมือนมีอะไรหน่วงเอาไว้ นานช้ากว่าที่เธอจะนึกออกว่าแองเจลิก้าคือชื่อของหญิงสาวที่สายข่าวของหล่อนเคยคาบข่าวมาบอกว่าเป็นคู่รักคนล่าสุดของมิสเตอร์คลาร์ก แต่เลิกกันหลังจากเจ้าหล่อนบินไปเรียนต่อที่อิตาลี
 

 
"แองเจลิก้าเคยมาทานน้ำชากับเธอด้วยเหรอ?" ไอรีนหลุดปากถามออกไปงงๆ ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมจู่ๆถึงรู้สึกวิงเวียนศีรษะขึ้นมาอย่างกะทันหัน
 

 
"ค่ะ" เด็กหญิงยิ้มน้อยๆ ก้มลงยกถ้วยชาในมือขึ้นมาจิบ "ทุกคนเคยมาทั้งนั้นแหละค่ะ"
 

 
 
...มีบางอย่างผิดปกติ...
 
 

 
หญิงสาวในชุดสีแดงสดผุดลุกขึ้นจากโซฟาหลุยส์สีขาวปักดิ้นทอง ลำคอของหล่อนร้อนผ่าวราวกับถูกลวกจากภายใน ลมหายใจติดขัดอยู่ในทรวงอก อาการชาจากริมฝีปากเริ่มแผ่กระจายไปยังใบหน้าเรื่อยลงมายังลำคอและลามไปจนถึงแขนขาภายในเสี้ยววินาที ยังไม่ทันที่ไอรีนจะทันได้ถามตัวเองด้วยซ้ำว่ามันเกิดอะไรขึ้น ร่างของเธอก็ล้มฟาดลงไปกองกับพื้นพรมเปอร์เซียของชุดรับแขก
 
 
 
 

 
...แล้วทุกอย่างก็ดับวูบไป...
 
 
 
 
 
 
 
หล่อนจะหมดสติไปนานเท่าไรก็สุดรู้ แต่พอรู้สึกตัวขึ้นมาอีกทีภาพที่เห็นอยู่ตรงหน้าก็ทำให้ไอรีนอ้าปากค้างอย่างตกตะลึง หล่อนจำโซฟาหลุยส์สีขาวปักดิ้นทองที่หล่อนนั่งอยู่ได้ เพียงแต่ว่ารูปร่างของมันดูบิดเบี้ยว และเหมือนจะขยายใหญ่กว่าเดิมอย่างไรพิกล อันที่จริง ทุกอย่างที่หล่อนเห็นตอนนี้ดูขยายใหญ่กว่าเดิมหลายสิบเท่า มีอะไรบางอย่างวางอยู่ใกล้ๆ หล่อนจำลวดลายกุหลาบสีน้ำตาลเข้มบนพื้นสีครีมได้ โถใส่ดอกไม้แห้งสำหรับใส่ชานั่นเอง แค่ดูใหญ่กว่าเดิมมาก
 
 
 
 
อย่างไรก็ตามสิ่งที่หล่อนเห็นในตอนนี้ยังไม่สำคัญเท่าสิ่งที่หล่อนรู้สึก ตั้งแต่ลืมตาตื่นขึ้นมา ไอรีนพบว่าตัวหล่อนติดอยู่ในท่าประหลาดที่ก่อความเจ็บปวดให้แล่นร้าวไปทั่วสรรพางค์กาย แขนของเธองอเป็นรูปสามเหลี่ยมและถูกดึงไปด้านหลัง ขาของเธอเหยียดตรงแต่ลำตัวกลับงอโค้งเหมือนตกลงไปในท่อหรือถังโดยที่เอาก้นลงไปก่อน
 
 
 
 
...แต่ที่ร้ายที่สุดก็คือ...
 
 
 
 
 
...เธอขยับตัวไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียว!!!...
 
 
 
 
 
"นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันเนี่ย!!! ว้ายยยย!!!" หล่อนสบถออกมายังไม่ทันจบก็ต้องร้องเสียงหลงเมื่อร่างของหล่อนถูกยกลอยขึ้น แล้ววางลงกับพื้นอีกครั้ง เธอได้ยินเสียงที่คุ้นหูอีกครั้ง
 
 
 
 
"คุณชอบถ้วยนี้เหรอคะ?"
 
 

 
 
...นั่นมันเสียงยัยเด็กบ้านั่นนี่ นังนั่นมันวางยาฉัน!!!! คอยดูเถอะ ถ้าฉันขยับตัวได้เมื่อไหร่ล่ะก็ หล่อนได้เจอดีแน่!!!... ไอรีนเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันเมื่อเริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง
 
 

 
"ชอบลายดอกกุหลาบน่ะค่ะ มันสีแดงสดดีจัง อย่างกับเลือดแน่ะค่ะ" ไอรีนหันไปมองทางต้นเสียง คนพูดเป็นหญิงสาวรุ่นราวคราวเดียวกับหล่อน เพ่งมองดีๆแล้วไอรีนถึงนึกออกว่าแม่สาวหน้าจืด ท่าทางเรียบร้อยคนนี้คือแม่เลขานุการสาวหน้าห้องมิสเตอร์คลาร์กของเธอนั่นเอง หล่อนมาทำบ้าอะไรอยู่ที่นี่เนี่ย?
 
 

 
ทันใดนั้นเองน้ำร้อนจัดก็ราดลงมาบนตัวเธอเข้าเต็มๆ หญิงสาวกรีดร้องสุดเสียงเมื่อผิวหนังถูกความร้อนแผดเผาจนบวมเห่อขึ้นมาเป็นสีแดงจัด ความเจ็บปวดรวดร้าวแสนสาหัสอย่างที่ไม่มีอะไรจะเปรียบปานกระจายไปทั่วร่าง แถมน้ำร้อนจัดนั้นยังโอบล้อมอยู่รอบตัวเธอจนไอรีนอยากจะดิ้นเร่าๆเอาตัวเองหนีไปให้พ้น แต่ไม่ว่าจะพยายามอย่างไรก็ไร้ผล หล่อนไม่สามารถขยับตัวได้แม้แต่นิ้วเดียว สิ่งที่หญิงสาวทำได้มีเพียงแต่กรีดร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัสเท่านั้น
 
 
 
 
 
...แต่ไม่ว่าจะกรีดร้องจนคอหอยแทบแตกอย่างไร ก็ดูเหมือนจะไม่มีใครได้ยิน...
 
 
 
 
 
 
"หนูคงรู้แล้วใช่มั้ยจ๊ะว่าเอ่อ... อีกไม่นานฉันจะมาเป็นแม่ของหนู... หนูคิดว่ายังไงจ๊ะ?" ไดแอนรับถ้วยชามาจากเด็กหญิงอย่างประหม่านิดหน่อย เด็กหญิงยิ้มน้อยๆ แต่ไม่ตอบอะไร ด้วยความเก้อเขิน หญิงสาวจึงพยายามหาเรื่องชวนคุยต่อไป
 
 
 
 
"หนูสะสมถ้วยชาไว้เยอะเลยนะจ๊ะ ลายกุหลาบสวยๆทั้งนั้นเป็นงานอดิเรกเหรอจ๊ะ?"
 
 
 
"เปล่าค่ะ พวกเขาเป็นครอบครัวของหนูต่างหากล่ะคะ" เด็กหญิงตอบเสียงใส
 
 
 
"เอ๋?"
 
 
 
"นี่คือแม่ค่ะ... แล้วนั่นก็พี่อิสซาเบลล่า... นี่ก็พี่พริสซิลล่า ส่วนนั่นก็ แพททริเซีย วาเลรี มิวเรียล โอฟิเลีย แอนนาเบล แคโรไลน์..." เด็กหญิงไล่เรียงรายชื่อที่ตั้งให้ถ้วยชาของตนเสียงแจ้วๆ จนมาถึงถ้วยใบสุดท้าย ถ้วยชาขอบทองลายกุหลาบสีแดงสดดอกใหญ่คลี่กลีบสยายเต็มข้างถ้วย ริมฝีปากสีซีดแย้มออกเป็นรอยยิ้มบางเบาแฝงเลศนัยที่ไดแอนไม่เข้าใจ เด็กหญิงนิ่งไปเสียเฉยๆ เธอก้เลยเป็นฝ่ายถามเสียเอง
 
 
 
 
 
"แล้วถ้วยนี้ล่ะจ๊ะ ชื่ออะไรเอ่ย?" เด็กหญิงอมยิ้มแล้วตอบเสียงใส
 
 
 
 
 
 
 
 
"ชื่อไอรีนค่ะ"
 
 
 
 
THE END
 
 
----------------------------------------------------------------------------
 
หมายเหตุ
 
  1. แท็กเธอ ยากมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก คิดอยู่ตั้งนานว่าจะเอาพลอตอะไรดี เพิ่งมาถูกใจพลอตนี้แหละ (ก็เธอแหละที่ให้ไอเดียฉัน) เลยปั่นซะ
  2. มันเกินแฟลชฟิคไปแล้วแหละ เธอ 2363 คำแน่ะ บรรยายชุดน้ำชาเยอะไปหน่อย ทนอ่านเอาหน่อยนะ

--------------------------------------------------------------------------

 

 

 

NEXT KEYWORD : วิ่งหนี  (จงตายซะเถอะกับคีย์เวิร์ดของฉัน 555)


edit @ 13 Jul 2012 04:03:22 by naranjina

Comment

Comment:

Tweet

อา อ่าน ๆ ไปตอนแรกนึกว่าจะเผาเอากระดูกไปทำเครื่องกระเบื้อง...
คุณพ่อรู้เห็นเป็นใจสินะ
ป.ล. คิดถึงจังค่ะ

#2 By K9 on 2012-07-15 21:18

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดด สยองมากกกกกกกอ๊าาาาาาา....... 
 เค้าผิดไปแล้วเค้าไม่น่าตั้งคีย์เวิร์ด+จุดประกายไอเดียนี้ให้เล๊ยให้ตายเหอะ *นั่งสำนึกผิด*
ทีแรกคิดว่านิยายดราม่า แต่อีกใจก้ไม่คิดว่าจะเขียนมาแนวนี้ อ่านมาเรื่อยๆเริ่มได้กลิ่นนิยายสยองขวัญ...ใช่เลย
ปอลอ 1 แกจัดมาสนองนี๊ดฉันป่ะวะ 
ปอลอ 2 //ก้มดูคีย์เวิร์ด....อืมมมมมม open-mounthed smile open-mounthed smile open-mounthed smile

#1 By Kirasole on 2012-07-14 17:11